พังผืดใต้ลิ้นติด (Tongue-tie): ผลกระทบที่มากกว่าเรื่อง "พูดไม่ชัด"
เมื่อพูดถึง "พังผืดใต้ลิ้นติด" หรือ Tongue-tie พ่อแม่ส่วนใหญ่มักนึกถึงปัญหาการดูดนมในทารก หรือการพูดไม่ชัดเมื่อโตขึ้น อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ คือการเจริญเติบโตของขากรรไกรและการเรียงตัวของฟัน
ภาวะลิ้นติดถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งมักจะเกิดร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ทางร่างกาย บทความนี้จะพาไปดูว่าปัจจัยเหล่านี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร
ตำแหน่งพักของลิ้น (Tongue Posture)
ลองจินตนาการว่า "ลิ้น" ของเราคือช่างปั้น ธรรมชาติออกแบบมาให้เวลาที่เราหุบปาก ลิ้นจะยกตัวขึ้นไปพักอยู่บนเพดานปากด้านบน แรงที่ลิ้นดันเพดานปากอยู่ทุกวันตั้งแต่วัยเด็ก ทำหน้าที่เสมือนแม่พิมพ์ที่ช่วยดุนให้ขากรรไกรบนและเพดานปากขยายตัวออก
สำหรับผู้ที่มีภาวะพังผืดใต้ลิ้นติด ลิ้นจะถูกดึงรั้งจนยกขึ้นแตะเพดานปากได้ไม่เต็มที่ จึงตกลงมาพักอยู่ที่พื้นช่องปากแทน หรือที่เรียกกันว่า ภาวะลิ้นวางตัวต่ำ (Low Tongue Posture) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรูปแบบและการเจริญเติบโตของขากรรไกร
เปรียบเทียบตำแหน่งลิ้น
ลิ้นวางตำแหน่งปกติ | ลิ้นวางต่ำ | |
ลักษณะการวางตัว | แตะพักบนเพดานปาก | ตกลงมาที่พื้นช่องปาก |
เพดานปากและขากรรไกรบน | เพดานขยายออกด้านข้างเป็นรูปตัว U ขากรรไกรบนกว้าง | มีแนวโน้มแคบและโค้งสูงเป็นรูปตัว V |
พื้นที่เรียงฟัน | เพียงพอสำหรับฟันแท้ | อาจไม่พอ ทำให้ฟันเบียดซ้อนกัน |
ผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย และอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ที่มีภาวะลิ้นติดทุกคน
ลักษณะที่อาจพบร่วมกับพัฒนาการของใบหน้าและขากรรไกร (Facial Development)
เพดานปากแคบและลึก (High-arched Palate): เมื่อแรงดุนจากลิ้นลดลง เพดานปากอาจไม่กางออกเท่าที่ควร ทำให้มีลักษณะแคบและโค้งสูงขึ้นคล้ายรูปตัว V
รูปหน้ายาว หรือ คางถอย: ภาวะลิ้นวางตัวต่ำอาจทำให้เผลออ้าปากหายใจบ่อย ๆ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เด็ก อาจส่งผลให้โครงหน้ายาวขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม อาการอ้าปากหายใจยังมาจากสาเหตุอื่นได้ด้วย เช่น ภูมิแพ้ หรือต่อมทอนซิลโต จึงควรให้คุณหมอตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
ลักษณะที่อาจพบร่วมกับการสบฟันและปัญหาทางทันตกรรม (Dental Occlusion)
ฟันซ้อนเก (Dental Crowding): เมื่อขากรรไกรบนแคบกว่าที่ควร อาจทำให้พื้นที่สำหรับฟันแท้ไม่เพียงพอ จนฟันขึ้นเบียดและซ้อนเก
ปัญหาเหงือกร่นบริเวณฟันล่าง: พังผืดใต้ลิ้นที่ยึดเกาะค่อนข้างสูงและตึงมาก อาจดึงรั้งเหงือกบริเวณด้านในของฟันหน้าล่าง ทำให้เกิดภาวะเหงือกร่น ก่อให้เกิดปัญหาเสียวฟัน หรือทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันหน้าล่างได้
การพัฒนาโครงหน้าและการเรียงตัวของฟันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม รูปแบบการหายใจ ขนาดต่อมทอนซิล พฤติกรรมช่องปาก และภาวะลิ้นติด ซึ่งไม่เพียงเกี่ยวข้องกับเด็ก แต่ในผู้ใหญ่ยังอาจทำให้ทำความสะอาดช่องปากยาก เหงือกร่นบริเวณฟันหน้าล่าง และมีปัญหาการออกเสียงได้เช่นกัน การหมั่นสังเกตและปรึกษาทันตแพทย์แต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญสำหรับทุกวัย เพื่อฟื้นฟูการทำงานของลิ้น ลดปัญหาช่องปาก และเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว
หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ในลูกน้อย หรือตัวคุณเองมีอาการที่สงสัยว่าอาจมาจากภาวะลิ้นติด สามารถแวะเข้ามาพูดคุยเพื่อประเมินเบื้องต้นได้ที่คลินิกจัดฟันสองคุณหมอ ทีมทันตแพทย์ของเราพร้อมดูแลและตรวจประเมินโครงหน้า ตลอดจนการเรียงตัวของฟันอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาให้ทุกคนมีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงและกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจ
หากพบว่ามีภาวะลิ้นติดจริง จะมีแนวทางการรักษาอย่างไร?
ทันตแพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาตามช่วงวัยและความหนาของพังผืด ตั้งแต่การขลิบในทารก ไปจนถึงการผ่าตัดในผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้หลังทำคือ "การฝึกบริหารลิ้น" เพื่อให้กล้ามเนื้อที่ถูกรั้งมานานปรับตัวและขยับได้อย่างถูกต้อง
อ่านรายละเอียดวิธีรักษา การดูแลตัวเอง และผลข้างเคียงเพิ่มเติมได้ที่บทความ https://www.skmdental.com/post/ทำความรู้จักภาวะ-ลิ้นติด-tongue-tie-สังเกตอย่างไร-และเมื่อไหร่ควรรักษา
นัดปรึกษาจัดฟันฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม:
สาขาถนนมิตรภาพ 099 467 8789 หรือ 094 262 8448
สาขากลางเมือง 099 171 7161 หรือ 043 22227
แผนที่คลินิก: https://www.google.com/maps?ll=16.404034,102.831695&z=14&t=m&hl=en&gl=US&mapclient=apiv3



ความคิดเห็น